poker rank คือพื้นฐานที่ตัดสินว่ามือไหนชนะ มือไหนต้องหมอบ ตั้งแต่พรีฟลอปจนถึงริเวอร์ ถ้าจำลำดับไพ่ผิดเพียงหนึ่งขั้น การตัดสินใจทั้งโต๊ะอาจเพี้ยนได้เลย คนเล่นใหม่จำนวนมากมักสับสนระหว่างไพ่คู่กับไพ่เรียง หรือเผลอคิดว่าไพ่หน้าใหญ่ชนะเสมอ ทั้งที่ในเกมจริง ลำดับแต้ม สำคัญกว่าความสวยของไพ่เสียอีก
ทำไมลำดับไพ่ถึงสำคัญกว่าที่คิด
เวลาเจอพอตใหญ่ ผู้เล่นที่อ่าน hand ranking ได้เร็วจะประเมินสถานการณ์ทันที เช่น ถ้าถือ A K บนบอร์ด A 9 9 4 2 คุณอาจดูเหมือนนำ แต่ถ้าอีกฝ่ายมี 9 10 เขากลับเป็น ตอง ที่ชนะชัดเจน จุดนี้เองที่ทำให้การรู้ลำดับไพ่ช่วยลดการคอลผิดและลดความมั่นใจเกินจริง
คนเล่นใหม่มักพลาดตรงไหน
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยคือจำแค่ “ฟลัชชนะสเตรท” แต่ไม่รู้ว่า ฟูลเฮาส์ ชนะฟลัชได้ หรือไม่แน่ใจว่าไพ่ใบไหนใช้จัดอันดับมือจริง ในทางปฏิบัติ คุณควรฝึกเทียบมือจากสถานการณ์สั้นๆ ทุกครั้ง เช่น บอร์ดมีไพ่ดอกเดียว 5 ใบ แต่ถ้าคุณไม่มีไพ่ดอกนั้นเลยก็ยังแพ้ได้ถ้าคู่ต่อสู้มีฟลัชสูงกว่า
จะได้อะไรจากการเข้าใจให้แม่น
เมื่อเข้าใจ poker rank แบบจับต้องได้ คุณจะอ่านเกมไวขึ้น จำคู่ต่อสู้ได้ง่ายขึ้น และใช้เหตุผลบนโต๊ะได้ดีขึ้น บทถัดไปจะพาคุณไล่ลำดับไพ่ วิธีจำแบบไม่ต้องท่องยาว และวิธีเอาไปใช้จริงตอนเจอสถานการณ์กดดันด้วย
poker rank เรียงจากสูงไปต่ำแบบไหน
เมื่อไล่ poker rank จากบนลงล่าง จุดที่คนมักพลาดไม่ใช่มือที่ห่างกันมาก แต่เป็นมือที่ดูคล้ายกันจนตาไววางใจผิด รอยัลฟลัชกับสเตรทฟลัชเป็นตัวอย่างชัด เพราะต่างกันเพียงหน้าไพ่ชุดเดียว แต่ผลบนโต๊ะต่างกันสุดทาง
รอยัลฟลัชกับสเตรทฟลัชต่างกันตรงไหน
รอยัลฟลัช คือสเตรทฟลัชที่วิ่งตั้งแต่ 10 ถึง A ในดอกเดียวกัน ส่วนสเตรทฟลัชเป็นไพ่เรียงห้าตัวในดอกเดียวกันแต่ไม่จำเป็นต้องจบที่เอซ ความต่างนี้สำคัญมาก เพราะถ้ามองแค่ว่าเป็นไพ่เรียงและดอกเดียวกันเหมือนกันหมด จะเผลอจัดมือผิดทันที ตัวอย่างเช่น 9 10 J Q K ดอกโพแดง เป็นสเตรทฟลัช แต่ยังไม่ใช่รอยัลฟลัช
เวลาอ่านมือจริง ให้เช็กก่อนว่าลำดับเป็น 10 J Q K A หรือไม่ ถ้าใช่จึงนับเป็นรอยัลฟลัช ถ้าไม่ใช่ก็ลดลงมาเป็นสเตรทฟลัชตามปกติ ข้อควรระวังคือบางคนจำว่า “ไพ่เรียงดอกเดียว = มือสูงสุด” แล้วลืมดูช่วงตัวเลข ทำให้ประเมินแรงมือเกินจริง ในสถานการณ์ที่บอร์ดออก Q K A แถมมี 10 และ J อยู่ในมือ ถ้าดอกตรงกันทั้งหมด นี่คือจังหวะที่ต้องมองละเอียดที่สุดเลย
มือมาตรฐานที่เจอบ่อยอย่างฟูลเฮาส์ ฟลัช และสเตรท
สามมือนี้มักเป็นจุดสับสนของผู้เล่นใหม่ เพราะหน้าตาดูแข็งพอๆ กัน แต่ ฟูลเฮาส์ ชนะ ฟลัช และฟลัชชนะ สเตรท ตามลำดับ การจำแบบนี้ช่วยได้มาก แต่ที่ดีกว่านั้นคือดูโครงสร้างของมือแทนการท่องชื่อเพียงอย่างเดียว ฟูลเฮาส์คือมีตองหนึ่งชุดกับคู่หนึ่งชุด ส่วนฟลัชคือไพ่ห้าใบดอกเดียวกันโดยไม่ต้องเรียง และสเตรทคือไพ่เรียงห้าใบโดยไม่ต้องดอกเดียวกัน
ในทางปฏิบัติ มักเจอความสับสนตอนบอร์ดมีไพ่ดอกเดียวกันหลายใบ เช่น เห็นไพ่สีเดียวกันเต็มโต๊ะแล้วคิดว่าฟลัชแน่ๆ ทั้งที่ถ้าคนมีตองอยู่ในมือจะกลายเป็นฟูลเฮาส์ที่เหนือกว่า ตัวอย่างง่ายๆ คือมี 8 8 K K K จะชนะ A Q J 10 2 ดอกเดียวกัน เพราะฟูลเฮาส์กินฟลัชตรงโครงสร้าง นี่เป็นจุดที่ผู้เล่นควรฝึกมองจาก “รูปแบบ” ก่อน “ความสวยงามของไพ่” เสมอ
คู่ สูง และไพ่ไม่เข้าชุด อ่านค่าอย่างไรไม่ให้สับสน
เมื่อหลุดจากมือใหญ่ลงมา มือที่เจอบ่อยที่สุดคือ คู่ ไพ่สูง และไพ่ไม่เข้าชุด ซึ่งหลายคนมองข้ามเพราะคิดว่าไม่สำคัญ ทั้งที่การแยกสามกลุ่มนี้ให้ชัดช่วยตัดสินใจได้แม่นขึ้นมาก คู่คือไพ่สองใบหน้าเดียวกัน ไพ่สูงคือไม่มีคู่ ไม่มีเรียง และไม่มีดอกเดียวกันครบ ส่วนไพ่ไม่เข้าชุดคือมือที่เหลือทั้งหมด ซึ่งมูลค่าจะไล่จากหน้าไพ่สูงสุดเป็นหลัก
วิธีจำที่ใช้ได้ดีคือดูทีละชั้น 1 ตรวจว่ามีคู่หรือไม่ 2 ถ้าไม่มีคู่ให้ดูว่ามีเรียงหรือดอกเดียวกันหรือเปล่า 3 ถ้าไม่มีทั้งสองอย่างจึงค่อยใช้ไพ่สูงสุดตัดสิน ในสถานการณ์จริง เช่น A K 9 6 2 ดอกต่างกันหมด มือจะถูกนับเป็นไพ่สูงที่เอซนำ ถ้าเป็น A A 9 6 2 ก็เลื่อนขึ้นเป็นคู่ทันที ข้อดีของการอ่านแบบนี้คือช่วยลดการเผลอจัดมือไพ่สูงให้สูงเกินจริง โดยเฉพาะตอนโต๊ะมีผู้เล่นหลายคนและบอร์ดดูวุ่นๆ
วิธีเทียบไพ่เมื่อผู้เล่นมีมือใกล้เคียงกัน
เมื่อมือของทั้งสองฝั่งอยู่ในระดับเดียวกัน การตัดสินไม่ได้จบแค่ดูว่าใครมี poker rank สูงกว่า เพราะในหลายจังหวะต้องไล่เทียบจาก คิกเกอร์ และไพ่ใบรองทีละใบ คนเล่นใหม่มักพลาดตรงที่เห็นคู่เหมือนกันแล้วคิดว่าจบ แต่ในโต๊ะจริงรายละเอียดเล็ก ๆ แบบนี้แหละที่ชี้ชนะขาด
เทียบจากชุดไพ่ก่อน แล้วค่อยไล่คิกเกอร์
ถ้าสองมือมีอันดับเดียวกัน ให้ดูว่าใครมีชุดไพ่ที่ใช้จัดอันดับแข็งกว่า และถ้ายังเสมอค่อยเทียบไพ่เสริมที่เหลือ วิธีนี้สำคัญเพราะเกมไม่ได้วัดแค่ชื่อมือ แต่วัด “คุณภาพ” ของไพ่ในมือด้วย เช่น คู่เอซ เหมือนกันทั้งสองฝั่ง แต่คนหนึ่งมีคิกเกอร์คิง อีกคนมีคิกเกอร์แจ็ค ฝั่งที่มีคิงย่อมชนะทันที ในทางปฏิบัติมักเกิดตอนเล่นเท็กซัสโฮลเอ็มที่บอร์ดไม่ช่วยใครมาก ทำให้ไพ่ใบที่ห้าเป็นตัวตัดสินจริง ๆ
คู่เท่ากันไม่ได้แปลว่าเสมอเสมอไป
ถ้าทั้งสองคนมี two pair เท่ากัน ให้นับจากคู่ที่สูงกว่าเป็นหลักก่อน แล้วจึงดูคู่รอง และปิดท้ายด้วยคิกเกอร์ สมมติบอร์ดออกคิง คิง 8 8 2 ผู้เล่นคนหนึ่งถือเอซ อีกคนถือควีน ทั้งคู่มีสองคู่เท่ากัน แต่เอซชนะควีนจากคิกเกอร์ที่สูงกว่า ช่วงแบบนี้คนดูโต๊ะมักเข้าใจผิด เพราะเห็นหน้าไพ่คล้ายกันเลยคิดว่าแบ่งพอต แต่กติกาจริงต้องไล่ลำดับทีละชั้น
ใช้การเทียบแบบเดียวกันทุกครั้งเพื่อกันพลาด
ถ้าจะลดการนับผิด ให้ตั้งนิสัยเช็กเป็นลำดับเดียวทุกมือ คือดู อันดับมือ ก่อน แล้วตามด้วยคู่หลัก คู่รอง และคิกเกอร์ตามลำดับ เหตุผลคือช่วยตัดอคติจากสายตาเวลาบอร์ดดูวุ่น เช่น บนโต๊ะที่มีไพ่เรียงและไพ่สีคล้ายกัน ผู้เล่นหลายคนเผลอหยุดที่หน้าไพ่สองใบแรก ทั้งที่ใบสุดท้ายต่างกันและเปลี่ยนผลได้เลย วิธีนี้ใช้ได้ดีมากเวลาตัดสินมือใกล้เคียงกันในเกมจริง เพราะทำให้รู้ชัดว่าใครชนะเพราะอะไร ไม่ต้องเดาเอาเอง
จริงหรือที่ไพ่ใหญ่สุดไม่ชนะเสมอไป
ไพ่หน้าแรงไม่ได้แปลว่ามือจะแข็งเสมอไป เพราะในโป๊กเกอร์ต้องดูทั้งรูปมือและลำดับของ poker rank ไปพร้อมกัน บ่อยครั้งคนเล่นใหม่เห็น A K Q แล้วเผลอคิดว่าดูดีกว่าอีกฝั่งทันที ทั้งที่พอเปิดไพ่จริงกลับแพ้เพราะชุดไพ่ยังไม่ครบตามเงื่อนไขของมือที่สูงกว่า
ทำไมไพ่หน้าแรงแต่แพ้ได้เพราะชุดไพ่ไม่ครบ
คนมักเข้าใจว่าไพ่หน้าแรงคือแต้มดี แต่ความจริงคือหน้าไพ่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของมือเท่านั้น ถ้ายังไม่เรียงครบตามกติกา มือที่ดูสวยอาจเป็นแค่ไพ่สูงธรรมดา ซึ่งแพ้คู่หรือสองคู่ได้สบาย ตัวอย่างที่เจอบ่อยคือถือ A K แต่บอร์ดมี 9 9 4 2 7 ฝั่งนั้นมีคู่เก้า ส่วนคุณยังไม่มีชุดที่เข้าเกณฑ์สูงกว่าเลย
ความเข้าใจผิดเรื่องเอซที่ใช้ได้ทั้งสูงและต่ำ
เอซเป็นไพ่ที่ทำให้หลายคนสับสนที่สุด เพราะมันทำหน้าที่ได้ทั้งสูงและต่ำ แต่ใช้ได้ตามรูปแบบที่กติกากำหนด ไม่ใช่เอามาแทนค่าตอนไหนก็ได้ ถ้าถือ A 2 3 4 5 นี่คือสเตรทต่ำ แต่ถ้าคิดว่า A ต่อ 10 J Q K จะลากลงมาเป็นลำดับเดียวกันก็ผิดทันที สิ่งที่ควรจำคือเอซไม่ได้ “ยืดหยุ่น” แบบตามใจ มันยืดได้เฉพาะเมื่อครบรูปที่อนุญาตจริง ๆ เช่นในสถานการณ์ที่บอร์ดออก 10 J Q K A มือคุณอาจดูแรงมาก แต่ถ้าฝั่งอื่นมีไพ่ที่ทำฟลัชหรือฟูลเฮาส์ได้ ก็ยังชนะอยู่ดี
ข้อสังเกตเวลาคิดว่าไพ่ดีแต่จริงๆ ยังไม่เข้า poker rank
จุดที่พลาดบ่อยคือเห็นไพ่หน้าสวยแล้วรีบประเมินว่าตัวเอง “เข้าแล้ว” ทั้งที่ยังไม่ถึงมือใน poker rank จริง ๆ ข้อสังเกตง่าย ๆ คือให้ถามตัวเองก่อนว่า มือนี้มีคู่ มีชุดเรียง หรือมีดอกครบหรือยัง ถ้ายังไม่มี ก็อาจเป็นแค่ไพ่สูงที่หวังพึ่งคิกเกอร์ ตัวอย่างเช่นถือ Q J บนบอร์ด 9 7 4 2 K หลายคนรู้สึกว่ามีลุ้น แต่จริง ๆ ยังไม่ถึงสเตรท ไม่ถึงคู่ และไม่ถึงฟลัช ดังนั้นเวลาประเมินมือควรดูทั้ง “สิ่งที่เห็น” และ “สิ่งที่ยังขาด” ด้วย แบบนี้จะลดการตัดสินใจพลาดตอนเดิมพันได้มาก
เคล็ดลับจำ poker rank ให้ไวขึ้นในเกมจริง
เวลาจำ poker rank ให้ไวขึ้น สิ่งที่ช่วยได้มากกว่าท่องเรียงยาว ๆ คือการ “มองเป็นก้อน” แทนมองเป็นสิบมือแยกกัน คนที่เล่นจริงมักจำได้ดีขึ้นเมื่อแยกมือออกเป็น ระดับแรง กลาง และอ่อน เพราะสมองจะจับแพตเทิร์นได้เร็วกว่าในจังหวะกดดันบนโต๊ะ
แบ่งเป็น 3 ชั้นแล้วจำเป็นภาพ
เริ่มจากจับมือระดับบนให้เป็นภาพเดียวกัน เช่น กลุ่มที่ปิดเกมได้บ่อย กลุ่มกลางที่มักต้องดูคิกเกอร์หรือบอร์ดต่อ และกลุ่มอ่อนที่ควรถอยเร็ว วิธีนี้ดีเพราะตอนเล่นจริงคุณไม่มีเวลานั่งไล่ชื่อทีละมือ แต่ยังพอมีเวลาคิดว่า “มือเรากลุ่มไหน” ได้ทันที
ตัวอย่างเช่น ถ้าเห็นฟลอปแล้วมือคุณยังอยู่แค่กลุ่มกลาง แต่บอร์ดเริ่มเชื่อมหลายทาง คุณจะรู้เลยว่าควรลดความมั่นใจลง ไม่ต้องฝืนเพราะจำชื่อไพ่ผิดลำดับ
ใช้ประโยคสั้น ๆ ช่วยล็อกความจำ
ลองสร้างประโยคจำที่สั้นและติดหู เช่น “บนสุดหนักแน่น กลางต้องเช็ก ล่างอย่าดื้อ” ประโยคแบบนี้ทำงานดีเพราะในเกมจริงสมองจะดึงภาพรวมได้เร็วกว่าอ่านคำอธิบายยาว
อีกวิธีคือใช้ภาพจำส่วนตัว เช่น นึกถึงมือแรงเป็น “ประตูล็อก” มือกลางเป็น “ประตูแง้ม” และมืออ่อนเป็น “ประตูเปิด” เวลาเจอสถานการณ์ใหม่ คุณจะจัดหมวดได้ไวขึ้นโดยไม่ต้องทบทวนทุกครั้ง
ฝึกจากมือจริงที่เจอบ่อย
การดูตัวอย่างมือจริงซ้ำ ๆ ช่วยมากกว่าการอ่านลิสต์ยาว ๆ เพราะโป๊กเกอร์มีจังหวะที่หน้าตาคล้ายกันแต่ผลต่างกันเยอะ ให้ฝึกจากบอร์ดเดิมแล้วสลับมือของตัวเองทีละแบบ จะเห็นชัดว่ามือไหนอยู่ระดับไหนและทำไมถึงเปลี่ยนค่าได้
ในทางปฏิบัติ คนที่ซ้อมวันละไม่กี่มือแต่ทบทวนซ้ำมักจำได้ทนกว่า เพราะสมองเชื่อม สถานการณ์จริง กับ poker rank ได้เร็วกว่าเดิม
จะเอา poker rank ไปใช้ตัดสินใจบนโต๊ะยังไง
การเอา poker rank ไปใช้บนโต๊ะจริง ไม่ได้จบที่การจำว่ามือไหนสูงกว่า แต่มันคือการเอาลำดับไพ่ไปแปลงเป็นคำตอบว่า “ควรจ่ายเพิ่มไหม ควรถอยไหม หรือควรรอจังหวะ” คนที่เล่นเก่งมักไม่ได้ดูแค่มือของตัวเอง แต่ดูว่ามือที่ถืออยู่นั้นยังชนะช่วงไพ่ที่คู่แข่งมีได้กี่แบบด้วย
มองโอกาสชนะก่อนตัดสินใจจ่ายเพิ่ม
ก่อนจ่ายชิปเพิ่ม ให้ถามตัวเองว่ามือที่ถืออยู่ยังชนะ ช่วงของมือ ที่คู่แข่งน่าจะมีได้จริงไหม ไม่ใช่แค่ชนะมือหนึ่งใบแบบสวย ๆ เพราะในทางปฏิบัติ ผู้เล่นที่เจอ raise บนฟลอปมักไม่ได้ถือไพ่ชุดเดียวตลอด เขาอาจมีทั้งคู่กลาง ไพ่โปรเจกต์ หรือมือแรงที่ซ่อนอยู่ก็ได้ ถ้าคุณมีแค่คู่เล็กบนบอร์ดที่มีไพ่เชื่อมหลายใบ การจ่ายต่อมักเสี่ยงเกินกว่าค่าที่ไล่ล่าอยู่
วิธีคิดที่ใช้ได้ดีคือดูว่า poker rank ของเราตอนนี้อยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับไพ่ที่ยังเป็นไปได้ เช่น ถ้าถือ one pair บนบอร์ดที่เปิด straight draw ชัด ๆ มือของเรายังดูดี แต่ความเสี่ยงถูกแซงมีสูงมาก ตัวอย่างง่าย ๆ คือถือคู่ J บนบอร์ด J 8 7 ถ้าคู่แข่งกดหนักต่อเนื่อง เขาอาจมีสองคู่ เซ็ต หรือสเตรทดรอว์ที่กำลังจะติดก็ได้ จ่ายเพิ่มแบบไม่ดูบริบท มักกลายเป็นเสียชิปโดยไม่จำเป็น
อ่านสถานการณ์เมื่อฟลอป เทิร์น และริเวอร์เปลี่ยนแรงมือ
แรงของมือไม่ได้คงที่ตลอดทั้งเกม ฟลอปทำให้มือหนึ่งใบกลายเป็นคู่ติดบอร์ด เทิร์นอาจเปิดฟลัชดรอว์หรือสเตรทดรอว์เพิ่ม ส่วนริเวอร์เป็นจุดที่ poker rank หลายแบบเปลี่ยนหน้าตาแบบฉับพลัน การอ่านบอร์ดจึงสำคัญพอ ๆ กับการจำลำดับไพ่ เพราะไพ่ที่ดูแข็งบนฟลอป อาจกลายเป็นแค่มือกลางเมื่อถึงริเวอร์
สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือให้ดูว่าไพ่ใบใหม่ “ช่วยใครมากกว่าเรา” ถ้าเทิร์นออก A บนบอร์ด K Q 9 มือที่ถือคู่ Q อาจยังดูดี แต่ช่วงไพ่ที่ชนะเรามีมากขึ้นทันที เพราะ A ทำให้หลายคนติด top pair หรือสองคู่ได้ ตัวอย่างในเกมจริงคือผู้เล่นถือสองคู่บนฟลอป แต่พอริเวอร์ออกไพ่เชื่อมครบสามใบ เขายังยึดติดกับ rank เดิม ทั้งที่ฝั่งตรงข้ามมีโอกาสกลับมาชนะด้วยสเตรทหรือฟลัชสูงกว่าแล้ว
ใช้ poker rank คู่กับตำแหน่งและพฤติกรรมคู่แข่ง
การใช้ poker rank ให้คมขึ้น ต้องจับคู่กับตำแหน่งบนโต๊ะและนิสัยการเล่นของคู่แข่งด้วย เพราะมือระดับเดียวกันมีมูลค่าไม่เท่ากันเมื่ออยู่คนละตำแหน่ง ถ้าคุณอยู่ตำแหน่งท้ายและเห็นคนหน้าโต๊ะเช็กหลายรอบ มือระดับกลางอาจพอใช้ควบคุมพอตได้ แต่ถ้าเจอผู้เล่นที่ชอบเร่งทุกสตรีท มือเดียวกันอาจต้องลดความมั่นใจลงทันที
อีกมุมที่ช่วยได้มากคือสังเกตแพทเทิร์นเดิมพัน ไม่ใช่แค่ดูว่าคู่แข่ง “มีไพ่อะไร” แต่ดูว่าเขา “เล่นมือแรงแบบไหน” ผู้เล่นบางคนจะ bet หนักเฉพาะตอนมีมือแข็งจริง ขณะที่บางคนชอบกดต่อแม้ถือแค่ดรอว์ ตัวอย่างคือถ้าคนจากตำแหน่งต้นเปิดพรีฟลอปแล้วตามด้วย c bet ต่อเนื่อง บนบอร์ดแห้ง มือกลางอย่าง second pair อาจพอรับมือได้ แต่บนบอร์ดเปียกและมีหลาย draw ควรระวังมากขึ้น เพราะ rank ของมือไม่ได้บอกทั้งหมด ต้องอ่านนิสัยประกอบเสมอ
สรุป poker rank ให้จำได้และใช้ได้จริง
ถ้าจะจำ poker rank ให้ใช้ได้จริง ไม่ต้องพยายามท่องทุกมือแบบยาว ๆ ให้หมดตั้งแต่ครั้งเดียว ให้เริ่มจากจับ “กลุ่มที่สับสนง่าย” ก่อน เพราะเวลาลงโต๊ะจริงคนมักพลาดตรงมือที่หน้าตาคล้ายกันมากกว่า มือที่ห่างชั้นกันชัด ๆ
ทบทวนลำดับไพ่แบบจับเป็นกลุ่ม
วิธีที่จำง่ายกว่าคือแบ่งเป็น 3 โซน คือ มือที่ชนะขาด มือกลาง และมือที่มักต้องดูตัวเทียบเพิ่ม แบบนี้ช่วยลดการลังเลตอนเห็นบอร์ดที่เปลี่ยนเร็ว ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณแยกได้ทันทีว่า ฟูลเฮาส์ สูงกว่า ฟลัช คุณจะตัดสินใจบนเทิร์นได้ไวขึ้น เพราะไม่ต้องหยุดไล่เช็กทุกครั้ง
ฝึกจากสถานการณ์จริง
ลองหยิบไพ่ 2 ใบกับบอร์ด 5 ใบ แล้วถามตัวเองทุกครั้งว่าใครมีมือสูงกว่า และแพ้เพราะอะไร วิธีนี้ทำให้สมองจำ ลำดับมือ ผ่านภาพจริง ไม่ใช่จำจากตัวหนังสืออย่างเดียว ในทางปฏิบัติมักเห็นว่า คนที่ซ้อมแบบนี้จะอ่านเกมไวขึ้นเวลามีไพ่คู่บนบอร์ด หรือมีไพ่เรียงแอบซ้อนอยู่
จำให้แม่นด้วยหลักคิดเดียว
ให้ยึดว่าทุกครั้งต้องมอง 2 อย่างพร้อมกัน คือ รูปมือ และ คิกเกอร์ เพราะถ้าจำแค่ชื่อมืออย่างเดียวจะพลาดง่าย โดยเฉพาะในเกมที่มีผู้เล่นหลายคนและบอร์ดเปิดครบแล้ว ถ้าเริ่มฝึกจากตรงนี้ คุณจะใช้ poker rank ได้แม่นขึ้นและตัดสินใจบนโต๊ะได้มั่นใจกว่าเดิม